การขุดเหรียญคริปโตเป็นกระบวนการนำเหรียญดิจิทัลใหม่เข้าสู่การหมุนเวียนในตลาด นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างผลตอบแทนจากตลาดเหรียญคริปโต โดยไม่ต้องซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระดานเทรดหรือโบรกเกอร์

ในบทความนี้เราจะพูดถึงเหรียญน่าขุดที่สุด ในปี 2023 โดยเราจะรีวิวอย่างละเอียดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือที่สุดในการขุดเหรียญคริปโตเคอเรนซี่อย่างง่ายดายและคุ้มค่า

 จัดอันดับ 7 เหรียญน่าขุดที่สุดในปี 2023

เพื่อช่วยคุณตัดสินใจ เราได้วิเคราะห์ตลาดเหรียญคริปโตเพื่อระบุเหรียญน่าขุดที่สุดในตอนนี้

ลองดูตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเราด้านล่าง:

  1. Bitcoin – เหรียญน่าขุดที่สุดโดยรวมในปี 2023
  2. Ethereum – เหรียญคริปโตน่าลงทุนที่ดีที่สุดในระยะยาว
  3. Dogecoin – เหรียญมีมน่าขุดยอดนิยม
  4. Ethereum Classic – นวัตกรรมแห่ง Ethereum
  5. Helium – เหรียญคริปโต LongFi ที่สนับสนุน Internet of Things
  6. Solana – Blockchain ที่มีสัญญาอัจฉริยะ
  7. Cardano –  Blockchain ที่มั่นคงและยั่งยืน

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

ในส่วนถัดไปเราจะอธิบายว่าทำไมเหรียญข้างต้นจึงเป็นเหรียญน่าขุด 2023

เจาะลึกกับเหรียญน่าขุดที่สุด

กล่าวอย่างง่ายๆ เหรียญน่าขุดที่สุดคือเหรียญที่สร้างผลตอบแทนสูงจากการ staking อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากเหรียญจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในแง่ของการเคลื่อนไหวของราคาเหรียญ

ซึ่งหมายความว่านักลงทุนจะต้องทำการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อหาว่าเหรียญใดที่สามารถกำไรได้มากที่สุดในปี 2023

ด้านล่างนี้เราได้รีวิวเหรียญคริปโตที่ขุดได้อันดับต้นๆ ในการสร้างผลกำไร 

1. Bitcoin – เหรียญน่าขุดที่สุดโดยรวมในปี 2023

นับตั้งแต่ที่เปิดตัวกว่าทศวรรษที่ผ่านมา Bitcoin ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และความต้องการโทเค็นดิจิทัลนี้ก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ Bitcoin จึงเป็นหนึ่งในเหรียญน่าขุดที่สุดโดยเฉพาะจากมุมมองการลงทุน

ราคาของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 20,000 USD เหรียญในขณะที่เขียน แต่เมื่อไม่นานมานี้ในเดือนพฤศจิกายน 2021 มูลค่าของ 1 โทเค็น BTC ก็สูงถึงระดับ all-time high ที่ประมาณ 68,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ Bitcoin มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านโทเค็นเท่านั้น

กราฟราคา Bitcoin เหรียญคริปโตที่ขุดได้

ซึ่งหมายความว่ามูลค่าของ Bitcoin อาจเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความต้องการเหรียญยังคงสูงอยู่ แม้การขุด Bitcoin แบบทั่วๆ ไปจะถือว่าสิ้นเปลืองทรัพยากรและมีราคาแพง แต่วิธีหนึ่งในการแก้ปัญหานี้คือการใช้แพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์อย่าง ECOS

นักลงทุนสามารถซื้อสัญญาการขุด Bitcoin จาก ECOS และรับผลตอบแทน BTC ลงในบัญชีของตน ด้วยวิธีนี้ ECOS จะให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์จากการขุด Bitcoin อย่างง่ายดายในแบบพาสซีฟ ECOS ยังให้ผู้ใช้ได้ลงทุนในบิทคอยน์ผ่านพอร์ตการลงทุนที่ถูกออกแบบเอาไว้ได้อีกด้วย

เราได้รีวิวแพลตฟอร์ม ECOS ฉบับสมบูรณ์ไว้ในบทความนี้เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเอาไว้ในส่วนล่าง

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

2. Ethereum – เหรียญคริปโตน่าลงทุนที่ดีที่สุดในระยะยาว

Ethereum ครองตำแหน่งสกุลเงินดิจิตอลที่มีค่าที่สุดเป็นอันดับสอง (รองจาก Bitcoin) ซึ่งเครือข่าย Ethereum เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ให้บริการมากมาย เช่น สัญญาอัจฉริยะและ NFT นี่จึงเป็น blockchain ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในการสร้างและปรับใช้แอพพลิเคชันในแบบ decentralized

จากกรณีการใช้งานดังกล่าว นักลงทุนหลายคนจึงมองว่า Ethereum เป็นหนึ่งในโทเค็นในช่วงตลาดซบเซาที่ดีที่สุดที่น่าซื้อตอนนี้ โดยเหรียญเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ในราคาเหรียญ ICO เพียง $0.30 และในขณะที่เขียน 1 โทเค็น ETH ก็มีราคาที่ประมาณ 1,500 ดอลลาร์

Ethereum ขุดเหรียญคริปโต

ซึ่งหมายความว่าเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเกือบ 500,000% นอกจากนี้ Ethereum เปลี่ยนไปใช้กลไกการ staking (PoS) ซึ่งจะทำให้การทำธุรกรรมถูกลงและรวดเร็วมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ Ethereum จึงอาจเป็นเหรียญคริปโตที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนระยะยาวนั่นเอง

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

3. Dogecoin – เหรียญมีมน่าขุดยอดนิยม

Dogecoin โด่งดังมาจากการเป็นหนึ่งในเหรียญมีมที่ดีที่สุดในตลาดคริปโต แม้ว่าเหรียญจะไม่ได้มีประโยชน์ใช้งานจริง แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากคอมมิวนิตี้ที่ช่วยผลักดันราคาของโทเค็นอย่างมั่นคง ดังที่กล่าวไปว่าแนวโน้มของตลาดมีมมีความผันผวนสูง และราคาเหรียญก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน

โดยการขุดเหรียญ Dogecoin ก็เป็นการลงทุนที่ดีที่สุดในตอนนี้ ซึ่งแม้จะทำธุรกรรมใน mining pool แต่ก็ใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการตรวจสอบโทเค็น DOGE และเพิ่มไปยังบัญชีแยกประเภท blockchain และแน่นอนว่าโอกาสในการทำกำไรจะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของโทเค็น

Dogecoin ขุดเหรียญ doge

แม้ว่าราคาตลาดของ Dogecoin จะลดลงจากระดับ all time high เมื่อปี 2021 แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเหรียญก็กำลังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้นในด้านการชำระเงิน ซึ่งสามารถซื้อผ่านกระดานเทรดคริปโตส่วนใหญ่ได้ โดยเทรดเดอร์สามารถพิจารณาพอร์ตการลงทุนอัตโนมัติของ ECOS เมื่อลงทุนใน Dogecoin

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

4. Ethereum Classic – นวัตกรรมแห่ง Ethereum

Ethereum Classic ใช้กลไกการ proof-of-work และให้ผู้ขุดได้รักษาความปลอดภัยของเครือข่าย สกุลเงินดิจิทัลนี้เป็นนวัตกรรม (hard fork) ของ Ethereum และยังสนับสนุนสัญญาอัจฉริยะอีกด้วย อย่างไรก็ตามก็ยังไม่แน่ชัดนักว่าโปรเจกต์จะสำเร็จเหมือนกับ Ethereum ในแง่ของราคาตลาดและผู้ถือโทเค็นได้

ที่กล่าวว่าถ้า Ethereum เปลี่ยนเป็น proof of stake หมายความว่านักขุดบางคนสามารถจะข้ามไปลงทุนใน Ethereum Classic แทนได้ ซึ่งอาจช่วยให้ Ethereum Classic มีความเสถียรและปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้เหรียญ ETC แตกต่างจาก ETH ตรงที่มีจำนวนโทเค็นกว่า 2 พันล้านโทเค็น

Ethereum Classic

และอีกยังมีอีกปัจจัยที่แตกต่างกันสองสามข้อเพื่อให้เกิดการยอมรับในเหรียญ Ethereum Classic ในระยะยาวได้ ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงแย้งว่า Ethereum Classic เป็นหนึ่งในเหรียญน่าขุดที่สุดตอนนี้ แต่ความสามารถในการทำกำไรของการขุด Ethereum Classic จะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเหรียญในตลาดเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง 

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

5. Helium – เหรียญคริปโต LongFi ที่สนับสนุน Internet of Things

ก่อนการลงทุน เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักจะดูกรณีการใช้งานจริงของสกุลเงินดิจิทัล ด้วยเหตุนี้ Helium จึงอาจเป็นเหรียญน่าขุดที่สุดในตอนนี้ โดยเป้าหมายของเครือข่าย Helium คือการอำนวยความสะดวกเพื่อให้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อมีความยั่งยืนมากขึ้น

ผู้ใช้สามารถติดตั้งเราเตอร์ Helium ที่บ้านหรือที่อื่นๆ และรับเหรียญ HNT จากการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงโทเค็น Helium ผ่านการขุดได้อีกด้วย อันที่จริง Helium มีชื่อเสียงว่าเป็นหนึ่งในเหรียญที่ขุดง่ายที่สุดอีกด้วย

Helium เหรียญคริปโตที่ขุดได้

เช่นเดียวกับเหรียญคริปโตส่วนใหญ่อื่นๆ ราคา Helium กำลังอยู่ในช่วงซบเซาในขณะที่เขียน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าประโยชน์ของเครือข่ายอาจเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้นจึงการขุด Helium ในปี 2023 จึงอาจสร้างกำไรได้นั่นเอง

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

6. Solana – Blockchain ที่มีสัญญาอัจฉริยะ

เช่นเดียวกับ Ethereum และ Ethereum Classic โทเค็น Solana เป็นอีกหนึ่ง blockchain ที่รองรับสัญญาอัจฉริยะ ดังนั้นนักพัฒนาจึงสามารถใช้ Solana เพื่อสร้างแอพแบบ decentralized โดยจุดดึงดูดหลักของ blockchain นี้คือช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมที่รวดเร็วและมีราคาถูก

นอกจากนี้ Solana Pay ยังได้รับความสนใจจากเทรดเดอร์ทั่วโลกในฐานะที่เป็นระบบการชำระเงินที่ใช้งานได้ฟรี ส่วนในด้านการออกแบบ Solana ก็ใช้โปรโตคอลที่ผสมผสานการ staking และการลดระยะเวลาการทำธุรกรรมลง ซึ่งหมายความว่าโทเค็น SOL จริงๆ แล้วจะไม่สามารถขุดได้

Solana

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ก็สามารถเข้าร่วม mining pool และ staking โทเค็น SOL โดยบุคคลทั่วไปจะสามารถหาแพลตฟอร์ม staking เหรียญคริปโต และฝากโทเค็น Solana เพื่อสร้างดอกเบี้ยได้ สำหรับนักลงทุนที่เชื่อในอนาคตของ Solana จากกลไกการ staking SOL เพื่อการรายได้แบบพาสซีฟก็อาจเป็นการลงทุนที่ควรพิจารณา

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

7. Cardano – Blockchain ที่มั่นคงและสามารถแก้ไขได้

คู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของ Solana ในตลาดคริปโตคือ Cardano ซึ่งเป็น blockchain ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับฟังก์ชันสัญญาอัจฉริยะและอำนวยความสะดวกในด้านการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว โดยมีข้อได้เปรียบจากการเป็น blockchain แรกที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้วิธีการตามหลักฐานและการศึกษาที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ

แผนการพัฒนาของ Cardano จะแบ่งออกเป็นห้าขั้นตอน ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่สาม และในขั้นตอนถัดๆ ไป เครือข่ายจะเพิ่มการสนับสนุนสำหรับเชนอื่นๆ และมีการกำกับดูแลอีกด้วย โดยโทเค็นหลัก ADA ของ Cardano จะสามารถขุดได้จากการ staking เช่นเดียวกับเหรียญ Solana

Cardano

ซึ่งเป็นทั้งแพลตฟอร์มแบบ centralized และ decentralized ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกจากการ staking ใน Cardano โดยการฝากเหรียญ ADA ลงใน staking pool และนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนโดยไม่ต้องดำเนินการใดๆ ด้วยตนเอง ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็นสัดส่วนตามจำนวนเหรียญ ADA ที่ถูกฝากเอาไว้นั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจขุดเหรียญ ADA อย่าลืมตรวจสอบการคาดการณ์แนวโน้มราคา Cardano ของเรา

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

ขุดเหรียญคริปโตได้ที่ไหน?

โดยทั่วไปแล้วการขุดจะทำได้โดยใช้ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่สามารถถอดรหัสสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและเงินลงทุนในระดับสูง

ด้วยเหตุนี้การขุดเหรียญคริปโตเคอเรนซี่โดยทั่วไปจึงถือว่ามีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ค่อยให้ผลตอบแทนมากสักเท่าไหร่

  • อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการขุดเหรียญคริปโต โดยไม่ต้องมีเงินหลายพันดอลลาร์เพื่อซื้อฮาร์ดแวร์ราคาแพงได้
  • ซึ่งเรียกว่าบริการการขุดบนคลาวด์
  • กล่าวอย่างง่ายๆ ผู้ขุดจะสามารถจ้างอุปกรณ์จากผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่ใช้แก้สมการผ่านสัญญาการขุดบนคลาวด์ได้

ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการซื้อฮาร์ดแวร์ราคาแพงหรือความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคใดๆ และบุคคลทั่วไปจะสามารถสร้างรายได้แบบพาสซีฟได้เพียงแค่ทำสัญญากับแพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์

ECOS – แพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์ที่ดีที่สุดECOS

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะขุดเหรียญคริปโตอย่างง่ายดายและคุ้มค่าได้อย่างไร ECOS ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งรวมบริการที่มีประโยชน์หลายอย่างไว้ด้วยกัน เช่น กระดานเทรดคริปโต พอร์ตการลงทุนที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า และที่ขาดไม่ได้ก็คือการขุดบนคลาวด์ ซึ่ง ECOS จะทำให้นักลงทุนสามารถเช่าแรงขุดที่จำเป็นต่อการขุดเหรียญ Bitcoin ได้

หมายความว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ขุดราคาแพง กังวลเกี่ยวกับค่าไฟที่สูงลิ่ว หรือค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ แต่ ECOS จะจัดการส่วนนั้นทั้งหมดเอง และผู้ใช้จะสามารถได้รับผลตอบแทน BTC ได้โดยการซื้อสัญญาจากแพลตฟอร์มนี้

ผู้ใช้จะต้องจ่ายจำนวนเงินตามที่ระบุเพื่อใช้อุปกรณ์การขุดที่อยู่ในศูนย์ข้อมูลของ ECOS โดยต้นทุนขั้นต่ำของสัญญาการขุดบนคลาวด์ ECOS จะมีราคา $149 ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของสัญญา เช่น ระยะเวลา, มูลค่า BTC ที่คาดการณ์, และค่าบริการ

ECOS ขุดเหรียญคริปโต

เพื่อให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้น ECOS ยังมาพร้อมกับเครื่องคำนวณในตัวที่ช่วยแสดงรายได้การขุดรายวันที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะคิดค่าธรรมเนียม 1TH/ ต่อวัน โดยหักจากเหรียญ BTC ที่ผู้ใช้ขุดได้

นอกจากนี้ผู้ใช้จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเมื่อถอนผลตอบแทนออก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความแออัดของเครือข่าย blockchain ณ เวลาที่ถอน โดย ECOS จะให้ผู้ใช้เลือกว่าจะถอนแบบปกติหรือถอนอย่างรวดเร็ว

ECOS มีบริษัทหลักอยู่ที่ประเทศอาร์เมเนียและเป็นบริษัท Free Economic Zone ของประเทศดังกล่าว ดังนั้น ECOS จึงปลอดภาษี (ทั้งภาษีนำเข้า/ส่งออก) นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ ECOS สามารถให้ผลตอบแทนสูงจากการขุดบนคลาวด์แก่ผู้ใช้ทั่วโลกได้นั่นเอง

ECOS ขุดเหรียญคริปโต

อย่างที่รู้กันว่าการขุดเหรียญคริปโตนั้นอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน หากคำนึงถึงสิ่งนี้ ECOS ก็มีพอร์ตการลงทุนเหรียญคริปโต ซึ่งช่วยให้นักลงทุนได้กระจายความเสี่ยง เช่น แทนที่จะต้องซื้อ Ethereum, Bitcoin และ Dogecoin แยกกัน ผู้ใช้ก็สามารถลงทุนตามดัชนี Elon Musk ของ ECOS และรับผลตอบแทนจากโทเค็นเหล่านี้ได้ในคลิกเดียว

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถนำกำไรที่ได้จากการขุดบนคลาวด์มาลงทุนใหม่โดยการซื้อสัญญาอื่นๆ ซึ่งผลตอบแทนจากการขุดยังสามารถนำไปใช้ลงทุนในดัชนี ECOS ได้อีกด้วย และสิ่งที่น่าสนใจคือ ECOS ยังจำหน่ายเครื่องขุด ASIC ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของอุปกรณ์ขุดที่ถูกโฮสต์บน ECOS ได้อีกด้วย

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

วิธีค้นหาเหรียญน่าขุดที่สุด

เราได้อธิบายวิธีการทำงานของการขุดเหรียญคริปโตแล้ว ตอนนี้เราจะมาพิจารณาปัจจัยสำคัญอย่างการเลือกโทเค็นดิจิทัลที่เหมาะสมในการขุดกันบ้าง

น่าเสียดายที่ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามดังกล่าว แต่ผู้ใช้จะต้องคำนึงถึงตัวแปรบางอย่างที่เราจะอธิบายในด้านล่าง 

ศักยภาพในอนาคตของเหรียญ

ปัจจัยที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งที่ควรพิจารณาคือประสิทธิภาพของสกุลเงินดิจิทัลในตลาด ไม่ว่าจะขุดได้กี่โทเค็น ถ้าเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ไม่มีความต้องการในตลาด การลงทุนในการขุดเหรียญทั้งหมดก็จะสูญเปล่า

นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนทุกคนควรพิจารณาถึงกรณีการใช้งานของโทเค็น หากจะค้นหาเหรียญคริปโตที่ขุดได้ที่ดีที่สุด 

ตัวอย่างเช่น ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่ดีเนื่องจากมีการนำไปใช้ในวงกว้างและมีมูลค่าตลาดสูง

ECOS วิธีค้นหาเหรียญน่าขุดที่สุด

ในทำนองเดียวกัน เหรียญคริปโตเคอเรนซี่อย่าง Solana และ Cardano ก็มีมูลค่าที่ทำให้น่าสนใจในแง่ของการลงทุน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คืออาจเป็นความคิดที่ดีที่จะขุดเหรียญที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้

เช่นเดียวกันนักลงทุนควรระมัดระวังก่อนที่จะทำการขุดเหรียญคริปโตใหม่ๆ ที่บอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูง

และการมองหาสกุลเงินดิจิทัลมาใหม่เพื่อขุดอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงและไม่มีการรับประกันว่าโปรเจกต์จะประสบความสำเร็จหรือไม่

ต้นทุนการขุด

หากเรายังไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจน การขุดเหรียญคริปโตแบบเดิมๆ จะมีค่าใช้จ่ายสูง

  • แม้ว่าผู้ขุดจะเลือกการ์ดจอหรือซีพียูแทน ASIC ก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งกว่าหลักพันดอลลาร์
  • ข้อกำหนดของฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นในการเริ่มขุดเหรียญคริปโตก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย
  • นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเสมอๆ เช่น ค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์

แม้ว่าค่าใช้จ่ายอาจไม่ใช่ปัญหาหลักสำหรับทุกคน แต่สำหรับนักขุดบางคน นี่ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นจึงควรเลือกเหรียญน่าขุดที่สุดตามเงินที่ต้องการลงทุน

ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าแพลตฟอร์มคลาวด์จะให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นการขุดเหรียญคริปโตโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใดๆ ทำให้ขุดได้โดยไม่ต้องจ่ายแพง

ผลตอบแทนจากการขุด

แพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์ที่ดีที่สุดจะมีเครื่องคำนวณที่สะดวกสบายซึ่งช่วยแสดงรายละเอียดผลตอบแทนจากเหรียญคริปโตที่เลือกขุด

ด้วยเหตุนี้เราจึงขอแนะนำ ECOS ที่จะคำนวณผลตอบแทนที่คาดการณ์ไว้เป็นเปอร์เซ็นต์ ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายๆ ว่าพวกเขาจะทำกำไรได้มากเท่าไหร่จากการขุดเหรียญคริปโต

การใช้ข้อดีที่ว่ามานั้นเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเลือกเหรียญที่จะขุดเพื่อทำกำไร แต่โปรดทราบว่าผลตอบแทนจะไม่มีการรับประกันและกำไรการขุดก็จะขึ้นอยู่กับภาวะตลาด

วิธีขุดเหรียญคริปโตที่ดีที่สุด

บทความของเราได้กล่าวถึงทุกสิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาในการค้นหาเหรียญน่าขุดที่สุด

โดยเราจะอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการขุดเหรียญอย่างง่ายดายที่ ECOS

ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชี ECOS

ผู้ใช้จะต้องเปิดบัญชี ECOS โดยไปที่เว็บไซต์ ECOS และคลิกที่ปุ่ม ‘Sign Up’ ในหน้าแรก

ในการลงทะเบียน ผู้ใช้จะต้องระบุที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของตน โดย ECOS จะส่งรหัสผ่านไปยังที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์เพื่อยืนยัน

เปิดบัญชี ECOS

ผู้ใช้จะต้องตั้งรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยของบัญชี โดยขั้นตอนการลงทะเบียนก็สามารถทำได้ผ่านแอพมือถือ ECOS ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดทั้งบนอุปกรณ์ Android และ iOS

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสัญญาการขุด

ดังที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ECOS มีบริการการขุดบนคลาวด์ ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อสัญญาการขุดจาก ECOS และรับผลตอบแทนเพิ่มเติมได้อย่างสม่ำเสมอ

ในขณะที่เขียน ECOS รองรับเฉพาะการขุด Bitcoin เท่านั้น แต่ ECOS จะสนับสนุนสัญญาการขุดที่หลากหลายซึ่งมีเหรียญคริปโตให้เลือกมากมายแทน

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ ECOS สามารถเลือกจากหนึ่งในสัญญาที่ได้รับการออกแบบเอาไว้ หรือจะสร้างแผนขุดแบบกำหนดเองโดยใช้การคำนวณสมการของแพลตฟอร์ม

ECOS

ระยะเวลาของสัญญาจะนับเป็นเดือน  โดยขั้นต่ำคือ 12 เดือนและระยะเวลาสัญญาจะสูงสุดได้ถึง 50 เดือน ในสัญญาแบบกำหนดเองผู้ใช้จะมีตัวเลือกในการกำหนดราคาที่ต้องการจ่ายและระยะเวลาได้

หากข้อมูลจากการคำนวณยังไม่เพียงพอ ผู้ใช้ก็สามารถติดต่อทีมสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อสร้างสัญญาที่ปรับแต่งได้ นอกจากนี้ ECOS ยังมีฟีเจอร์ทดลองการทำเหมืองที่จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้เริ่มใช้งานครั้งแรกได้อีกด้วย

ขั้นตอนที่ 3: ซื้อสัญญา 

หลังจากเลือกสัญญาแล้ว ผู้ใช้จะสามารถดำเนินการชำระเงินได้ โดย ECOS จะรองรับการชำระเงินผ่าน Bitcoin บัตรเครดิต/เดบิต หรือการโอนเงินผ่านธนาคาร และจะมีการคิดค่าธรรมเนียมการดำเนินการ 2.5% หากชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต 

โปรดทราบว่าค่าใช้จ่ายของสัญญาจะไม่รวมค่าบริการ 1TH/s ต่อวัน ซึ่งจะถูกหักออกจากบัญชีในภายหลัง เมื่อทำการซื้อแล้ว สัญญาจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ

จากนั้นผู้ใช้จะสามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายผ่านบัญชีส่วนตัวของตน ซึ่งสามารถติดตามผลตอบแทนและผลกำไรได้ในแต่ละวัน

แม้ว่า ECOS จะเป็นแพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์ แต่ก็มีบริการเทรดเหรียญคริปโตด้วย

บทสรุป

การขุดเหรียญคริปโตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนในโทเค็นดิจิทัล โดยบทความของเราได้อธิบายถึงเหรียญน่าขุดที่สุดในปี 2023 และศักยภาพในการทำกำไร

อย่างไรก็ตามการขุดคริปโตจะต้องใช้ทั้งเวลา เงิน และความพยายาม แต่ด้วยแพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์อย่าง ECOS จะทำให้คุณเข้าถึงการขุดได้ง่ายกว่าที่เคยและยังรองรับการ Bitcoin ผ่านสัญญาคราวด์ได้อีกด้วย

ผู้ใช้สามารถซื้อสัญญาและนั่งรอผลกำไรจาก Bitcoin ในบัญชีส่วนตัว ECOS ของตน

สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและเป็นการลงทุนที่ไม่มีการกำกับดูแล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหรียญคริปโตน่าขุด

เหรียญคริปโตน่าขุดที่ทำกำไรได้มากที่สุดคือเหรียญใด?

เหรียญคริปโตที่ขุดง่ายที่สุดในปี 2023 คือเหรียญใด?

เหรียญน่าขุดที่สุดในปี 2023 คือเหรียญใด?

ขุดเหรียญคริปโตได้ที่ไหน?

เหรียญมาใหม่ที่น่าขุดคือเหรียญใด?

เหรียญน่าขุดที่สุดโดยใช้การ์ดจอคือเหรียญใด?